ข้ามไปเนื้อหา

พิตต์สเบิร์ก

พิกัด: 40°26′23″N 79°58′35″W / 40.43972°N 79.97639°W / 40.43972; -79.97639
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พิตต์สเบิร์ก

Pittsburgh
From top to bottom, left to right: Pittsburgh skyline; Cathedral of Learning at the University of Pittsburgh; Carnegie Mellon University; PNC Park; Duquesne Incline
From top to bottom, left to right: Pittsburgh skyline; Cathedral of Learning at the University of Pittsburgh; Carnegie Mellon University; PNC Park; Duquesne Incline
สมญา: 
City of Bridges, Steel City,
City of Champions[1][2][3]
คำขวัญ: 
Benigno Numine (Latin for "With the Benevolent Deity" also translated as "By the favor of heaven")
Location in Allegheny County, Pennsylvania
Location in Allegheny County, Pennsylvania
พิตต์สเบิร์กตั้งอยู่ในรัฐเพนซิลเวเนีย
พิตต์สเบิร์ก
พิตต์สเบิร์ก
ที่ตั้งในรัฐเพนซิลเวเนีย
พิตต์สเบิร์กตั้งอยู่ในสหรัฐ
พิตต์สเบิร์ก
พิตต์สเบิร์ก
ที่ตั้งในสหรัฐ
พิกัด: 40°26′23″N 79°58′35″W / 40.43972°N 79.97639°W / 40.43972; -79.97639
ประเทศสหรัฐ
รัฐเพนซิลเวเนีย
Settled1717[4]
FoundedSeptember 14, 1758
IncorporatedApril 22, 1794
ผู้ก่อตั้งจอร์จ วอชิงตัน,
General John Forbes
ตั้งชื่อจาก"The Great Commoner": Prime Minister William Pitt
การปกครอง
 • ประเภทMayor-Council
 • MayorLuke Ravenstahl (D)
 • City Council
 • State House
 • State SenateJim Ferlo (D)
Jay Costa (D)
 • U.S. HouseMike Doyle (D)
พื้นที่
 • นคร58.3 ตร.ไมล์ (151 ตร.กม.)
 • พื้นดิน55.5 ตร.ไมล์ (144 ตร.กม.)
 • พื้นน้ำ2.8 ตร.ไมล์ (7 ตร.กม.)
 • รวมปริมณฑล5,343 ตร.ไมล์ (13,840 ตร.กม.)
ความสูงจุดสูงสุด1,370 ฟุต (420 เมตร)
ความสูงจุดต่ำสุด710 ฟุต (220 เมตร)
ประชากร
 (2010[5])
 • นคร305,704 คน
 • ความหนาแน่น5,636 คน/ตร.ไมล์ (2,176 คน/ตร.กม.)
 • เขตเมือง1,753,136 คน
 • รวมปริมณฑล2,356,285 คน
 • DemonymPittsburgher
เขตเวลาUTC−5 (Eastern Standard Time)
 • ฤดูร้อน (เวลาออมแสง)UTC−4 (Eastern Daylight Time)
ZIP Code15106, 15120–21, 15203–08, 15210–22, 15224, 15226–27, 15230, 15232–34, 15237, 15239, 15289
รหัสพื้นที่412, 724, 878
เว็บไซต์www.city.pittsburgh.pa.us

พิตต์สเบิร์ก (อังกฤษ: Pittsburgh) เป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของรัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐ และเป็นที่ตั้งเทศมณฑลของแอลลิเกนีเคาน์ตี ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐ ตรงจุดบรรจบของแม่น้ำแอลลิเกนีและแม่น้ำโมนังกาฮีลาซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของแม่น้ำโอไฮโอ เป็นเมืองที่มีเขตเมืองใหญ่เป็นอันดับ 22 ของสหรัฐ[6] มีประชากร 305,704 คน (สำรวจเมื่อ ค.ศ. 2010)

เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์สำคัญในเรื่องการผลิตเหล็กกล้า ปัจจุบันมีเศรษฐกิจที่สำคัญได้แก่ ด้านสุขภาพ การศึกษา เทคโนโลยี หุ่นยนต์ และการให้บริการการเงิน เมืองได้มีการปรับปรุงเมือง ในสถานที่ที่เคยเป็นย่านอุตสาหกรรมที่ทิ้งร้าง เปลี่ยนมาเป็นสำนักงานและย่านช็อปปิ้ง เช่นบริเวณเซาท์ไซด์เวิกส์ และเบเกอรีสแควร์

ประเทศฝรั่งเศสสร้างป้อมดูเคนขึ้นที่บริเวณเมืองนี้ใน ค.ศ. 1754 ต่อมาประเทศอังกฤษได้ยึดป้อมใน ค.ศ. 1758 และเปลี่ยนชื่อมาเป็นพิตต์ จนเริ่มมีการตั้งถิ่นฐานในปี ค.ศ. 1760 และตั้งเป็นเมืองใน ค.ศ. 1816

อ้างอิง

[แก้]
  1. O'Brien, Jim (1980). Pittsburgh, the story of the city of champions: the '70s—a decade unmatched in the annals of sports. Wolfson Pub. Co. ISBN 978-0-916114-07-7. {{cite book}}: |access-date= ต้องการ |url= (help); ไม่รู้จักพารามิเตอร์ |coauthors= ถูกละเว้น แนะนำ (|author=) (help)
  2. Scarpaci, Joseph L (2006). "Chapter 6: Pittsburgh, City of Bridges". Pittsburgh and the Appalachians: cultural and natural resources in a postindustrial age. Pittsburgh: University of Pittsburgh Press. p. 81. ISBN 978-0-8229-4282-5. สืบค้นเมื่อ 28 February 2010. {{cite book}}: ไม่รู้จักพารามิเตอร์ |coauthors= ถูกละเว้น แนะนำ (|author=) (help)
  3. Rossi, Rob (14 February 2010). "Deadline-day deal? Not likely for Penguins". Pittsburgh Tribune-Review. สืบค้นเมื่อ 28 February 2010.
  4. "Historic Pittsburgh Chronology by Decade: 1717–1749". University of Pittsburgh. October 2, 2009. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-01-11. สืบค้นเมื่อ October 2, 2009.
  5. "U.S. Census Bureau Delivers Pennsylvania's 2010 Census Population Totals, Including First Look at Race and Hispanic Origin Data for Legislative Redistricting". สืบค้นเมื่อ 11 March 2011.
  6. Bowling, Brian (24 March 2010). "Census: More people arrive than leave for first time in almost 20 years". Pittsburgh Tribune-Review. สืบค้นเมื่อ 1 October 2010.[ลิงก์เสีย]